หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและกระดูกพรุนเป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบกระดูกและข้อ แต่แม้จะเกิดในบริเวณคล้ายกัน เช่น กระดูกสันหลังหรือหลังส่วนล่าง ทั้งสองโรคกลับมีสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเดียวกัน ทำให้วินิจฉัยหรือรักษาตัวเองผิดวิธี
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจาก “หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม แตก หรือปลิ้นออกมา” แล้วกดทับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวดหรือชาตามแนวเส้นประสาท
กลไกการเกิดโรค
หมอนรองกระดูกเปรียบเหมือนเบาะรองระหว่างกระดูกสันหลัง
เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม แตก หรือเคลื่อน
ส่วนที่ปลิ้นออกไปกดเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเจ็บร้าวและชาตามแนวขา แขน หรือสะโพก
กระดูกพรุนเป็นภาวะที่ “มวลกระดูกลดลงและกระดูกบางลง” ทำให้โครงสร้างกระดูกอ่อนแอและเปราะหักง่าย แม้จะไม่ได้เกิดการกดทับเส้นประสาทเหมือนหมอนรองกระดูก แต่ภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังและความเสี่ยงกระดูกหักได้สูง
กลไกการเกิดโรค
เซลล์ที่สร้างกระดูกทำงานลดลงตามอายุ
มวลกระดูกหายไปเร็วกว่าที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่
ทำให้กระดูกบาง เปราะ และหักได้ง่าย โดยเฉพาะสะโพก หลัง และข้อมือ
การยกของหนักผิดท่า
นั่งนานเกินไป เช่น นั่งทำงานที่เดิมตลอดวัน
อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บบริเวณหลัง
การเสื่อมตามอายุของหมอนรองกระดูก
น้ำหนักตัวมากจนเพิ่มแรงกดที่กระดูกสันหลัง
การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงบ่อย ๆ
อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะหลังวัย 50 ปี
ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
ขาดแคลเซียมและวิตามินดี
การไม่ออกกำลังกาย
สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก
โรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
ผลข้างเคียงจากยาบางประเภท เช่น สเตียรอยด์
อาการจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการกดเส้นประสาท
ปวดหลังหรือปวดคอร้าวไปที่แขนหรือขา
ชา ซ่า หรือเสียวตามแนวเส้นประสาท
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
ปวดเพิ่มขึ้นเมื่อไอ จาม หรือยืนนาน
ก้ม/บิดตัวแล้วปวดมากขึ้น
หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจถึงขั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรงถาวรหรือเดินผิดปกติได้
อาการมักค่อยๆ เกิดขึ้น โดยไม่รุนแรงเหมือนหมอนรองกระดูก
ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกสันหลังยุบตัว
หลังค่อม ไหล่ห่อ
ส่วนสูงลดลง
กระดูกหักง่าย แม้จากแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น สะดุดล้มเบา ๆ
ภาวะกระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดกระดูกหัก จึงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ”
| รายการ | หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท | กระดูกพรุน |
|---|---|---|
| สาเหตุหลัก | หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือเสื่อมกดเส้นประสาท | มวลกระดูกลดลง โครงสร้างกระดูกอ่อนแอ |
| อาการเด่น | ปวดร้าว ชา ซ่า อ่อนแรงตามแขน-ขา | ปวดหลังเรื้อรัง กระดูกหักง่าย |
| ความรุนแรง | ปวดเฉียบพลัน กระทบการเคลื่อนไหว | ค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีอาการชัดจนกระดูกหัก |
| การวินิจฉัย | MRI, X-ray | ตรวจมวลกระดูก (Bone Density Test) |
| การรักษา | กายภาพ ยา ฉีดสเตียรอยด์ ผ่าตัด | อาหารเสริม ออกกำลังกาย ปรับพฤติกรรม ยาเพิ่มมวลกระดูก |
พักและหลีกเลี่ยงการใช้งานหลังหนัก
ยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้อักเสบ
กายภาพบำบัด เช่น ดึงหลัง ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง
ฉีดยาเฉพาะจุดเพื่อลดการอักเสบ
การผ่าตัดกรณีหมอนรองกระดูกปลิ้นรุนแรงหรือขาชาอ่อนแรง
รับประทานแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ
ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น ยกเวทเบา ๆ
ปรับพฤติกรรม: ลดคาเฟอีน ลดแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่
ยารักษากระดูกพรุนตามดุลยพินิจแพทย์ เช่น ยาชะลอการสลายกระดูก
ระมัดระวังการหกล้ม เพราะเสี่ยงกระดูกหักง่าย
หาก ปวดหลังร้าวลงขา ชา หรือเดินลำบาก มีแนวโน้มเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
หาก ปวดหลังเรื้อรังโดยไม่มีอาการร้าว แถมมีหลังค่อมหรือส่วนสูงลดลง อาจเกี่ยวกับกระดูกพรุน
หาก เป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ความเสี่ยงกระดูกพรุนสูง
หาก ยกของหนักแล้วปวดทันทีรุนแรง อาจเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น
หากไม่แน่ใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและกระดูกพรุนเป็นสองโรคที่แตกต่างกัน แม้จะเกี่ยวข้องกับระบบโครงสร้างของร่างกายเหมือนกัน แต่สาเหตุ กลไก และอาการไม่เหมือนกัน การแยกความแตกต่างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแนวทางการรักษาและการดูแลตนเองของแต่ละโรคไม่เหมือนกันเลย
16/3 ถ.รอบเวียงประดูกลอง ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 56000
©2025. Kankavee Ortho Clinic