การลุยน้ำเป็นเวลานาน เช่น ช่วงน้ำท่วม หรือต้องทำงานในพื้นที่น้ำขังหลายวัน ไม่เพียงทำให้เท้าแช่น้ำจนเปื่อยหรือเกิดเชื้อราที่ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ “ข้ออักเสบ” และ “ปลายประสาทอักเสบ” ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือผู้ที่ต้องเดิน–ลุยน้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน
น้ำที่ขังมักมีอุณหภูมิต่ำ การแช่น้ำเย็นเป็นเวลานานทำให้
หลอดเลือดบริเวณข้อหดตัว
การไหลเวียนเลือดลดลง
น้ำเลี้ยงข้อถูกสร้างน้อยลง
ผลคือเกิดอาการ
ข้อแข็ง
ปวดข้อ
การอักเสบเรื้อรังในผู้ที่มีโรคข้อเสื่อมอยู่แล้ว
น้ำท่วมมีแบคทีเรีย เชื้อรา สารเคมี และตะกอนสกปรกจำนวนมาก หากเข้ามาตามผิวหนัง รอยแตก หรือบาดแผลเล็ก ๆ อาจกระตุ้นอาการอักเสบของข้อได้
เชื้อโรคบางชนิดอาจทำให้เกิด
ข้ออักเสบเฉียบพลัน
การติดเชื้อรุนแรงบริเวณข้อ
ปวดบวมแสดงอาการรวดเร็ว
ในช่วงน้ำท่วม พื้นที่มักมี
หลุม
เศษของแข็ง
พื้นลื่น
พื้นขรุขระ
เมื่อต้องเดินลุยน้ำโดยมองพื้นไม่เห็น ทำให้ข้อเท้า ข้อเข่า และสะโพกรับน้ำหนักไม่สม่ำเสมอ จนเกิด
ข้อเคล็ด
เอ็นยืด
ข้ออักเสบจากการใช้งานผิดรูปแบบ
โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีน้ำหนักเกินจะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ
เมื่อเท้าแช่น้ำเย็นหลายชั่วโมง
การไหลเวียนเลือดลดลง
เส้นประสาทปลายเท้าขาดออกซิเจนชั่วคราว
ทำให้เกิดการอักเสบของปลายประสาท
ผลลัพธ์คือ
ชา ปลายเท้าชา
ปวดแปลบคล้ายไฟช็อต
เสียว ๆ ตามปลายเท้า
ไวต่อสัมผัสผิดปกติ
ผู้ที่มีโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เพราะ
เส้นประสาทปลายเท้าถูกน้ำตาลสูงทำลายอยู่แล้ว
เมื่อแช่น้ำท่วมยิ่งทำให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม
แผลเล็ก ๆ อาจลุกลามได้ง่าย
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยเบาหวานต้องหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำอย่างมาก
น้ำท่วมมีเชื้อโรคหลายชนิด
เมื่อผิวหนังเปื่อย
มีบาดแผลเล็ก ๆ
หรือมีรอยถลอกจากการเดินในน้ำ
เชื้อโรคสามารถเข้าไปถึงเส้นประสาท → ทำให้เกิดการอักเสบ
อาการที่อาจพบได้คือ
ปวดแสบร้อน
ยิงปวดลงขา
ปลายเท้าชาเป็นหย่อม ๆ
เหน็บชาบ่อยกว่าปกติ
หากมีอาการต่อไปนี้ต้องระวังว่าข้ออาจอักเสบหรือเส้นประสาทอาจเริ่มอักเสบแล้ว
ปวดข้อ เข่า ข้อเท้า หรือสะโพก
ข้อบวม ร้อน แดง
ข้อแข็งตอนเช้า
ปวดเวลาขยับหรือเดิน
ชา หรือเสียว ๆ ปลายเท้า
ปวดแปลบคล้ายไฟช็อต
ขาอ่อนแรง
ผิวไวต่อสัมผัสหรือเจ็บง่ายผิดปกติ
หากมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรพบแพทย์หรือคลินิกกายภาพบำบัดทันที
หลังกลับบ้าน
ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาด
เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะซอกนิ้ว
ถ้ามีแผลควรทำแผลและฆ่าเชื้อทันที
ประคบร้อนช่วย
เพิ่มการไหลเวียนเลือด
ลดอาการข้อตึง
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบข้อ
ทำครั้งละ 10–15 นาที วันละ 1–2 ครั้ง
ท่าที่แนะนำ เช่น
ยืดน่อง
ยืดต้นขาหลัง
หมุนข้อเท้า
ยืดเอ็นร้อยหวาย
ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดการอักเสบ
เช่น
ยาลดอาการปวด
ยาแก้อักเสบในกลุ่ม NSAIDs แบบทา
แต่ห้ามใช้เกินปริมาณหรือใช้ต่อเนื่องนานโดยไม่ปรึกษาแพทย์
หลังน้ำลด
หลีกเลี่ยงรองเท้าแข็ง–แบน
ควรใส่รองเท้าที่รองรับน้ำหนักดี
ช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อเข่าและข้อเท้า
ควรรีบปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังนี้:
ข้อบวมแดงมาก
เดินลำบาก
ชา–ปวดปลายเท้าที่ไม่ดีขึ้น
มีแผลลึกหรือแผลที่ติดเชื้อ
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการชาหรือแผลที่เท้า
เพราะอาจเป็นสัญญาณของ
ข้ออักเสบติดเชื้อ
ปลายประสาทอักเสบรุนแรง
เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
การเดินลุยน้ำหลายวันทำให้เกิด ข้ออักเสบ และ ปลายประสาทอักเสบ ได้จาก
ความเย็นและความชื้น
การเดินบนพื้นที่ไม่เรียบ
การติดเชื้อจากน้ำสกปรก
ความเสื่อมของระบบไหลเวียนเลือด
ภาวะเสี่ยงในผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน
การดูแลเท้าและข้ออย่างถูกต้อง การทำความสะอาด และการพักฟื้นอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
16/3 ถ.รอบเวียงประดูกลอง ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 56000
©2025. Kankavee Ortho Clinic