คนทำงานยกของหนัก เสี่ยงกระดูกและข้อส่วนไหนมากที่สุด

การยกของหนักเป็นส่วนหนึ่งของงานในหลายอาชีพ เช่น งานคลังสินค้า โรงงาน ก่อสร้าง โลจิสติกส์ รวมถึงงานออฟฟิศที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์หรือเอกสารเป็นประจำ แม้จะเป็นกิจกรรมที่ทำจนคุ้นเคย แต่หากยกของหนักอย่างต่อเนื่อง หรือยกผิดท่า อาจส่งผลกระทบต่อกระดูกและข้อโดยไม่รู้ตัว และกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว

ทำไมการยกของหนักจึงเสี่ยงต่อกระดูกและข้อ

ร่างกายต้องถ่ายน้ำหนักของสิ่งของผ่านกระดูกสันหลัง ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ หากมีการยกของบ่อย ใช้ท่าทางซ้ำ ๆ หรือยกเกินกำลัง โครงสร้างเหล่านี้จะรับแรงมากเกินไป

อาการบาดเจ็บจากการยกของหนักมักไม่แสดงทันที แต่จะค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง หรือบาดเจ็บรุนแรงในภายหลัง

กระดูกและข้อที่เสี่ยงมากที่สุดจากการยกของหนัก

กระดูกสันหลังส่วนล่าง (หลังเอว)

เป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุดในขณะยกของ โดยเฉพาะการก้มหลังยกของจากพื้น หรือบิดตัวขณะถือของหนัก จะเพิ่มแรงกดบนหมอนรองกระดูกโดยตรง

ความเสี่ยงที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการปวดร้าวลงสะโพกหรือขา และภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัย

ข้อเข่า

ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวร่วมกับน้ำหนักของสิ่งของที่ยก โดยเฉพาะงานที่ต้องยกของจากพื้นหรือเดินถือของหนักเป็นประจำ

ความเสี่ยงที่พบได้ เช่น ข้อเข่าเสื่อม เอ็นและหมอนรองข้อเข่าบาดเจ็บ ปวดเข่าเวลาขึ้นลงบันได หรือข้อเข่าฝืดและมีเสียงดังขณะเคลื่อนไหว

ข้อไหล่

ข้อไหล่เป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มาก แต่บาดเจ็บได้ง่าย การยกของหนักในท่ากางแขน หรือยกของสูงกว่าระดับไหล่ จะเพิ่มแรงดึงต่อเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เอ็นไหล่อักเสบ ไหล่ติด ยกแขนได้ไม่สุด และปวดลามไปต้นแขนหรือคอ

ข้อมือและมือ

ข้อมือเป็นจุดที่รับแรงโดยตรงจากการจับและประคองน้ำหนัก การใช้งานซ้ำ ๆ โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วย หรือจับของในมุมที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย

ความเสี่ยงที่พบ เช่น เอ็นข้อมืออักเสบ ปวดข้อมือเรื้อรัง อาการชา หรือแรงมืออ่อนลงจากการกดทับเส้นประสาท

ข้อสะโพก

ข้อสะโพกทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากลำตัวลงสู่ขา การยกของหนักร่วมกับการบิดตัว จะเพิ่มแรงกดที่ข้อต่อสะโพก

อาจเกิดอาการปวดสะโพกเรื้อรัง ข้อสะโพกเสื่อม หรือปวดร้าวลงต้นขา ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป

ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

การยกของหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ยกผิดท่าเป็นนิสัย ไม่มีเวลาพักฟื้นกล้ามเนื้อ น้ำหนักตัวมาก อายุเพิ่มขึ้นแต่ยังใช้รูปแบบการทำงานเดิม และขาดการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ล้วนเป็นปัจจัยที่เร่งให้กระดูกและข้อเสื่อมเร็วขึ้น

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หากมีอาการปวดหลังหรือข้อบ่อย แม้พักแล้วไม่ดีขึ้น มีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงที่แขนหรือขา ข้อฝืด ขยับไม่คล่อง หรืออาการปวดเริ่มรบกวนการทำงานและการนอน ควรเริ่มใส่ใจและปรับพฤติกรรมทันที

แนวทางลดความเสี่ยงสำหรับคนทำงานยกของหนัก

ควรย่อเข่าและใช้แรงจากขาแทนการก้มหลัง รักษาหลังให้ตรงขณะยก หลีกเลี่ยงการบิดตัวขณะถือของหนัก ใช้อุปกรณ์ช่วยยกเมื่อจำเป็น และพักเป็นระยะ ไม่ยกต่อเนื่องนานเกินไป

การออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของหลัง หน้าท้อง และขา รวมถึงการเลือกรองเท้าและอุปกรณ์พยุงหลังที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก


สรุป

คนทำงานยกของหนักมีความเสี่ยงต่อกระดูกและข้อหลายส่วน โดยเฉพาะหลังเอว ข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อมือ และข้อสะโพก แม้อาการอาจไม่แสดงทันที แต่หากละเลย อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต

การยกของอย่างถูกวิธี การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพกระดูกและข้ออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย ลดการบาดเจ็บ และใช้งานร่างกายได้ยาวนานขึ้น

แนะนำเว็บไซต์ www.kankaveeortho.com สำหรับคนที่ต้องการปรึกษาคลินิกกระดูก