โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่โครงสร้างภายในข้อเข่าเกิดความเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพตามเวลา ไม่ได้กระทบเฉพาะกระดูกอ่อนเท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับกระดูก เยื่อบุข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อรอบข้อ ส่งผลให้มีอาการปวด บวม ข้อฝืด และเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก
โรคนี้พบได้บ่อยบริเวณข้อที่ต้องรับน้ำหนัก โดยเฉพาะข้อเข่า และอาจส่งผลต่อการเดิน การขึ้นลงบันได รวมถึงการทำกิจวัตรประจำวัน
อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน และมักค่อย ๆ เกิดขึ้น โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
อาการปวดในระยะแรกมักสัมพันธ์กับการใช้งานและอาจดีขึ้นเมื่อพัก แต่หากโรครุนแรงขึ้น อาจปวดต่อเนื่องหรือปวดในเวลากลางคืนได้
โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่มีหลายปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดโรค เช่น
เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของข้ออาจลดลง ทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายขึ้น
น้ำหนักตัวที่มากทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระหว่างการเดิน วิ่ง หรือลุกนั่ง
ผู้ที่เคยมีอุบัติเหตุ กระดูกหัก เอ็นฉีก หรือได้รับการผ่าตัดบริเวณเข่า อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในอนาคต
งานหรือกิจกรรมที่ต้องยกของหนัก คุกเข่า นั่งยอง หรือขึ้นลงบันไดบ่อย อาจเพิ่มแรงกดและการใช้งานข้อเข่า
กล้ามเนื้อขาที่อ่อนแรงอาจช่วยพยุงและรองรับข้อเข่าได้ไม่เต็มที่ ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคยังรวมถึงประวัติการบาดเจ็บ การใช้งานข้อซ้ำ อายุ และภาวะน้ำหนักเกิน
แพทย์จะสอบถามอาการ ประวัติการบาดเจ็บ และตรวจการเคลื่อนไหวของข้อเข่า เช่น จุดที่ปวด อาการบวม ความมั่นคง และช่วงการงอเหยียด
บางรายอาจต้องเอกซเรย์หรือรับการตรวจเพิ่มเติม เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงของข้อและแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน การวินิจฉัยไม่ควรอาศัยเสียงดังในข้อหรืออาการปวดเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันการดูแลมุ่งลดอาการปวด รักษาความสามารถในการเคลื่อนไหว และช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยแนวทางจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสุขภาพของแต่ละคน
สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมช่วยลดแรงที่กระทำต่อข้อเข่า และอาจช่วยให้อาการปวดและการเคลื่อนไหวดีขึ้น
การออกกำลังกายช่วยลดอาการปวดและข้อฝืด พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความทนทานของร่างกาย ควรเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับอาการ
ตัวอย่างกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ ได้แก่ การเดินบนพื้นราบ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ และกายบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า โดยผู้ที่มีอาการมากควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มออกกำลังกาย
แพทย์อาจพิจารณายาบรรเทาปวด ยาทาภายนอก การทำกายภาพบำบัด หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงตามความเหมาะสม ไม่ควรซื้อยาต้านการอักเสบใช้ต่อเนื่องเอง เพราะอาจมีผลข้างเคียงและไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม
หากอาการรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามสภาพของข้อและสุขภาพของผู้ป่วย
ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดเข่าต่อเนื่อง ข้อบวม เคลื่อนไหวลำบาก เข่าทรุดหรือไม่มั่นคง หรืออาการเริ่มรบกวนการนอนและกิจวัตรประจำวัน
หากข้อเข่าบวมแดง ร้อนมาก มีไข้ ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือมีอาการหลังเกิดอุบัติเหตุ ควรรับการตรวจโดยเร็ว เพราะอาจเกิดจากภาวะอื่นที่ต้องได้รับการรักษา
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่กระทบโครงสร้างภายในข้อ ทำให้เกิดอาการปวด ฝืด บวม และเคลื่อนไหวลำบาก ปัจจัยเสี่ยงสำคัญได้แก่ อายุ น้ำหนักเกิน การบาดเจ็บ และการใช้งานข้อซ้ำ ๆ
การควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และเข้ารับการประเมินตั้งแต่เริ่มมีอาการ สามารถช่วยลดอาการและรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวได้ บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้
16/3 ถ.รอบเวียงประดูกลอง ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 56000
©2025. Kankavee Ortho Clinic