5 กลุ่มเสี่ยง “กระดูกพรุน” ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน
โรคกระดูกพรุนเป็นภาวะที่มวลกระดูกลดลงและโครงสร้างภายในกระดูกอ่อนแอลง ทำให้กระดูกแตกหักได้ง่ายกว่าปกติ อันตรายของโรคนี้อยู่ที่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองมีกระดูกพรุนเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว จึงถูกเรียกว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่ควรเฝ้าระวัง
การรู้ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะช่วยให้สามารถป้องกันและตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
โรคกระดูกพรุนคืออะไร
กระดูกพรุนคือภาวะที่ความหนาแน่นของกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะบางและรับแรงกระแทกได้น้อยลง กระดูกที่มักเกิดการหักจากโรคนี้ ได้แก่ สะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง
แม้ในระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่เมื่อกระดูกบางลงมาก อาจเกิดอาการปวดหลัง ส่วนสูงลดลง หรือกระดูกหักจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
5 กลุ่มเสี่ยงกระดูกพรุนที่ควรระวัง
1. ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการรักษามวลกระดูก เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มวลกระดูกลดลงตามไปด้วย
ผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไปจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก
2. ผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้น้อยลง ขณะที่กระดูกเก่าสลายตัวมากขึ้น ส่งผลให้มวลกระดูกลดลงตามธรรมชาติ
ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปถือเป็นกลุ่มที่ควรตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ
3. ผู้ที่มีรูปร่างผอม น้ำหนักตัวน้อย
ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายต่ำมักมีมวลกระดูกน้อยกว่าคนทั่วไป จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุนมากกว่า
การรับประทานอาหารไม่เพียงพอหรือขาดสารอาหารสำคัญ เช่น แคลเซียมและวิตามินดี ก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน
4. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
พันธุกรรมมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูก หากมีพ่อแม่หรือญาติสายตรงเคยเป็นกระดูกพรุนหรือกระดูกหักง่าย ควรเฝ้าระวังและตรวจสุขภาพกระดูกอย่างต่อเนื่อง
5. ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดหรือมีโรคประจำตัว
การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน โรคไทรอยด์บางชนิด โรคข้ออักเสบ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารอาหารผิดปกติ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกระดูก
ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล
อาการที่อาจบ่งบอกถึงกระดูกพรุน
แม้โรคนี้มักไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน แต่บางกรณีอาจพบอาการดังต่อไปนี้
ปวดหลังเรื้อรัง
ส่วนสูงลดลง
หลังค่อมมากขึ้น
กระดูกหักจากการล้มเบา ๆ
หากพบอาการเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์
แนวทางป้องกันกระดูกพรุน
รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอ
อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
รับวิตามินดีอย่างเหมาะสม
วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น สามารถได้รับจากแสงแดดอ่อนในช่วงเช้า หรืออาหารบางชนิด
ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก
การเดิน วิ่งเหยาะ ๆ หรือเวทเทรนนิ่ง ช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกระดูก
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
งดสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
การตรวจคัดกรองความหนาแน่นของกระดูก
การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่องเฉพาะทางเป็นวิธีที่แม่นยำในการประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้ง 5 กลุ่มข้างต้น
การตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสม
สรุป 5 กลุ่มเสี่ยงกระดูกพรุนที่ไม่ควรมองข้าม
กระดูกพรุนเป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย ผู้ที่มีประวัติครอบครัว และผู้ที่ใช้ยาบางชนิด
การรู้ความเสี่ยงของตนเองและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเกิดกระดูกหักและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต การดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่วันนี้จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
แนะนำเว็บไซต์ www.kankaveeortho.com สำหรับคนที่ต้องการปรึกษาคลินิกกระดูก