“กระดูกพรุน” (Osteoporosis) เป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีอาการให้เห็นชัดในระยะแรก
หลายคนมักรู้ตัวก็ต่อเมื่อเกิด “กระดูกหัก” จากอุบัติเหตุเล็กน้อย — ซึ่งเป็นช่วงที่โรคพัฒนาไปไกลแล้ว
ดังนั้น การรู้เท่าทัน อาการเริ่มต้นของกระดูกพรุน และ สัญญาณเตือนในร่างกาย
คือก้าวแรกของการป้องกันและดูแลสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงไปได้ยาวนาน
โรคกระดูกพรุน คือภาวะที่มวลกระดูกลดลง และโครงสร้างภายในกระดูกบางลง
ทำให้กระดูกเปราะ หักง่าย แม้จะได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น สะดุดล้ม หรือยกของเบา ๆ
ในภาวะปกติ ร่างกายจะมีกระบวนการ “สลายกระดูกเก่า” และ “สร้างกระดูกใหม่” อยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น เช่น ฮอร์โมนเปลี่ยน, รับแคลเซียมไม่เพียงพอ, ขาดการออกกำลังกาย —
ร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้น้อยลง จนทำให้สมดุลนี้เสียไปและเกิด “ภาวะกระดูกพรุน”
โรคกระดูกพรุนมักไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่หากสังเกตดี ๆ ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น
มักเกิดจากกระดูกสันหลังเริ่มบางและยุบตัว ทำให้เกิดแรงกดทับกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท
เมื่อกระดูกสันหลังยุบหรือโก่งจากการเสื่อม จะทำให้ส่วนสูงลดลงอย่างช้า ๆ ปีละ 1–2 เซนติเมตร
เกิดจากกระดูกสันหลังทรุดตัวไม่เท่ากัน ทำให้แนวกระดูกเปลี่ยนรูปร่าง
มักเป็นสัญญาณของมวลกระดูกที่ลดลงในส่วนล่างของร่างกาย
เช่น หกล้มเบา ๆ แล้วข้อมือหรือข้อเท้าหัก หรือแม้แต่จามแรง ๆ แล้วกระดูกซี่โครงร้าว
เพราะกระดูกและกล้ามเนื้อรอบข้อต่อไม่แข็งแรงเท่าเดิม
แม้ทุกคนสามารถเป็นโรคกระดูกพรุนได้ แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน — เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้การสร้างกระดูกลดลงตาม
ผู้สูงอายุทั้งเพศชายและหญิง — กระบวนการสร้างกระดูกลดลงตามวัย
ผู้ที่รับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ — โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ดื่มนมหรือแพ้นม
ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย — การไม่รับแรงกระตุ้นที่กระดูกทำให้มวลกระดูกลดลง
ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ — สารพิษรบกวนการดูดซึมแคลเซียมและการสร้างกระดูก
ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ไทรอยด์, โรคไตเรื้อรัง, หรือใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาว
การตรวจหาภาวะกระดูกพรุนสามารถทำได้โดย
“การตรวจวัดมวลกระดูก” (Bone Mineral Density: BMD) ด้วยเครื่อง DEXA Scan ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์
ผลการตรวจจะออกมาในรูปแบบค่า T-Score ดังนี้
ค่ามากกว่า -1 : ปกติ
ค่าระหว่าง -1 ถึง -2.5 : ภาวะกระดูกบาง (Osteopenia)
ค่าน้อยกว่า -2.5 : เป็นโรคกระดูกพรุน
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจมวลกระดูกทุก 2–3 ปี
หรือเร็วกว่านั้นหากมีอาการหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง
เช่น ปลาตัวเล็กกินได้ทั้งกระดูก, นม, เต้าหู้, ผักใบเขียว และไข่แดง
โดยเฉพาะการเดินเร็ว วิ่งเหยาะ หรือยกน้ำหนักเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างมวลกระดูก
เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มกาแฟเกินวันละ 2 แก้ว
เพื่อให้ร่างกายสร้างวิตามิน D จากธรรมชาติ
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีประวัติกระดูกหักในครอบครัว
โรคกระดูกพรุนอาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่สามารถสังเกตได้จากสัญญาณเล็ก ๆ เช่น ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อม หรือกระดูกหักง่าย
หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ภาวะกระดูกทรุด กระดูกหัก และปัญหาการเคลื่อนไหวในอนาคต
การดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่วันนี้จึงสำคัญมาก —
เริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจมวลกระดูกอย่างต่อเนื่อง
เพราะ “กระดูก” คือรากฐานของร่างกาย ที่เมื่อดูแลดีตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างแข็งแรงไปอีกยาวนานครับ
16/3 ถ.รอบเวียงประดูกลอง ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 56000
©2025. Kankavee Ortho Clinic